Chiang Rai News
ปฏิบัติการพิเศษผาเมือง ยึดยาบ้ามูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ทั้งเชียงรายและเชียงใหม่ ในเวลาไม่ถึง 6 เดือน
เชียงราย – เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจากกองกำลังผาเมืองรายงานการยึดยาเสพติดมูลค่ากว่า 20,000 ล้านบาท ระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 โดยของกลางที่ยึดได้รวมถึงยาบ้ากว่า 77 ล้านเม็ด ไอซ์มากกว่า 7 ตัน เฮโรอีน ฝิ่นดิบ และเคตามีน
พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ โดยเกิดการปะทะระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มค้ายา 31 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มค้ายา 11 ราย
ในช่วงเวลานี้ กองกำลังผาเมืองดำเนินการปฏิบัติการ 201 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหาได้ 215 คน พร้อมยึดยาบ้า 77.37 ล้านเม็ด เฮโรอีน 145 กิโลกรัม ไอซ์ 7.14 ตัน ฝิ่นดิบ 6 กิโลกรัม และเคตามีน 235 กิโลกรัม การปะทะ 31 ครั้งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากกลุ่มค้ายา 11 ราย
สถานการณ์ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย
- เชียงใหม่: มีปฏิบัติการ 69 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 65 คน ยึดยาบ้า 39.13 ล้านเม็ด เฮโรอีน 5.39 กิโลกรัม ไอซ์ 324 กิโลกรัม และฝิ่นดิบ 5 กิโลกรัม
- เชียงราย: มีปฏิบัติการ 98 ครั้ง จับกุมผู้ต้องหา 111 คน ยึดยาบ้า 38.24 ล้านเม็ด เฮโรอีน 140 กิโลกรัม ไอซ์ 6.82 ตัน ฝิ่นดิบ 1.13 กิโลกรัม และเคตามีน 235 กิโลกรัม
สำหรับจังหวัดอื่น ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ เช่น พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ และพิษณุโลก มีการยึดยาเสพติดในปริมาณที่น้อยกว่า
ผลกระทบและความท้าทาย
หากยาเสพติดเหล่านี้ถูกส่งไปถึงกรุงเทพฯ จะสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 19,000 ล้านบาท ปัญหาการค้ายาเสพติดในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ ยังคงเป็นประเด็นสำคัญในปี 2568 สามเหลี่ยมทองคำซึ่งเป็นจุดบรรจบของไทย ลาว และเมียนมา ถูกใช้เป็นแหล่งผลิตและขนส่งยาเสพติดมายาวนาน โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยาเสพติดสังเคราะห์ เช่น ยาบ้า มีบทบาทมากขึ้น
เชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ชายแดนเมียนมาและลาว ยังคงเผชิญกับปัญหาการค้ายาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความใกล้ชิดกับรัฐฉานของเมียนมา ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยาบ้าขนาดใหญ่ ทำให้ยาเสพติดไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องตามช่องทางชายแดนที่ควบคุมได้ยาก
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
กองกำลังรักษาความมั่นคงไทย รวมถึงกองกำลังผาเมือง ได้ดำเนินการสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติดในพื้นที่ชายแดน โดยมีรายงานการสกัดจับยาเสพติดจำนวนมากในช่วงต้นปี 2568 การปฏิบัติการเหล่านี้มักนำไปสู่การปะทะ เนื่องจากกลุ่มค้ายามักมีอาวุธและดำเนินการเป็นกลุ่มใหญ่ การขนส่งมักใช้เส้นทางธรรมชาติ เช่น ป่าลึก หรือแม่น้ำโขง
ในส่วนของเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ถัดลงมาจากเชียงราย กลายเป็นทั้งจุดผ่านและจุดหมายของยาเสพติดที่ออกมาจากสามเหลี่ยมทองคำ กลุ่มค้ายามักหลีกเลี่ยงการตรวจเข้มในเชียงราย ด้วยการเปลี่ยนเส้นทางผ่านเชียงใหม่ หรือข้ามลาวก่อนกลับเข้ามาในไทย
ราคายาบ้าที่ต่ำเพียงเม็ดละ 50 บาท ยังคงเป็นแรงจูงใจให้เกิดความต้องการในพื้นที่ โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ซึ่งกลายเป็นปัญหาสังคมและกระทบต่อระบบยุติธรรม
ความพยายามแก้ไขปัญหา
รัฐบาลไทยร่วมมือกับสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ใช้เทคโนโลยี เช่น เครื่องสแกนเอกซเรย์ และเพิ่มจุดตรวจชายแดนเพื่อสกัดกั้นยาเสพติด อย่างไรก็ตาม กลุ่มค้ายายังคงปรับตัวด้วยการเปลี่ยนเส้นทางหรือใช้วิธีใหม่ เช่น การส่งผ่านพัสดุ ซึ่งเป็นรูปแบบที่เริ่มแพร่หลายตั้งแต่ช่วงโควิด-19
โครงการพัฒนาทางเลือก เช่น โครงการของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ยังคงดำเนินการในเชียงราย เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนชาวเขาหันมาทำเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน แต่การผลิตยาเสพติดสังเคราะห์ในเมียนมายังคงเป็นอุปสรรคใหญ่
แนวโน้มในปี 2568
แม้ว่าการผลิตฝิ่นจะลดลงอย่างมาก แต่สามเหลี่ยมทองคำกลับกลายเป็นศูนย์กลางของยาเสพติดสังเคราะห์ ความไม่สงบในเมียนมาหลังการรัฐประหารปี 2564 ยิ่งส่งเสริมให้กลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติขยายการค้า
เชียงรายและเชียงใหม่ในฐานะจังหวัดแนวหน้า ยังคงเผชิญกับภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถยึดยาเสพติดจำนวนมากและมีความสำเร็จในบางส่วน แต่ปริมาณยาและความยากลำบากของพื้นที่แสดงให้เห็นว่าปัญหานี้ยังคงฝังรากลึก
การมีส่วนร่วมของประชาชน
กองกำลังผาเมืองขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดผ่านสายด่วน 0-5321-1054 ต่อ 12 ความร่วมมือของชุมชนมีบทบาทสำคัญในการลดปัญหาและปกป้องสังคมจากยาเสพติด